ให้โชคมาแล้วหลายงวด วัดเมืองโคราช เลี้ยงวัว 5 ขา ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ

ฮือฮา! พบวัวประหลาดมี 5 ขาเลี้ยงไว้ในวัดโคราช ให้โชคชาวบ้านมาแล้วหลายงวด

ชาวบ้านว่ามีวัวประหลาด อาศัยอยู่ในวัดซับชุมพล ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว ซึ่งมีลักษณะเป็นวัว 5 ขา โดย 4 ขานั้นมีเหมือนวัวทั่วไป แต่ขาที่ 5 งอกออกมาจากบริเวณโคนคอห้อยอยู่ ไม่สามารถใช้การได้ สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก และมีชาวบ้านไปขอโชคลาภถูกรางวัลมาแล้วหลายครั้ง

พระครูใบฏีกานิคม กิตติญาโณ เจ้าอาวาสวัดซับชุมพล และเจ้าคณะตำบลหนองหญ้าขาว ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า วัวตัวนี้ เป็นวัวเพศผู้ โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีโยมจาก อ.ปากช่อง นำลูกวัวอายุประมาณ 2 ปี มาถวายให้วัด เนื่องจากลูกวัวมีลักษณะแปลกกว่าวัวตัวอื่นคือมีขางอกออกมาตรงบริเวณต้นคออีกหนึ่งขา พอหลวงพ่อได้รับลูกวัวมาก้อได้ตั้งชื่อว่าเจ้าโชคดี และได้เลี้ยงดูมาเรื่อยๆ ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดได้มาพบเจ้าโชคดีก้อต่างพากันสงสาร บางคนก้อขอโชคลาภบ้าง และมีคนโชคดีก็หลายคน ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ปัจจุบันเจ้าโชคดีอายุได้ประมาณ 7 ปีแล้ว เป็นวัวที่เลี้ยงง่าย นิสัยไม่ดุร้าย ญาติโยมที่มาทำบุญสามารถเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูปได้ มีคนจาก อ.สีคิ้ว มาขอซื้อเจ้าโชคดีกับหลวงพ่อในราคา 10,000 บาท แต่หลวงพ่อบอกไม่ขายจะเลี้ยงเจ้าโชคดีไปจนกว่าเขาจะตายจากไป

อดีตนักร้อง เงาเสียง “สายัณห์ สัญญา” จบชีวิตใต้ต้นมะม่วง

พบศพ อดีตนักร้อง เงาเสียง “สายัณห์ สัญญา” จบชีวิตตัวเองใต้ต้นมะม่วง เจ้าของบ้านผู้พบศพบอก ไม่รู้คนตายเข้ามาได้อย่างไร แต่หลังจากนี้คงไม่กล้ามานอนเล่นบริเวณนี้ และจะตัดต้นมะม่วงทิ้ง

พฤษภาคม 2563 พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ถิ่นสอน พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยม้า ได้รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตในสวนมะม่วงบ้านหลังหนึ่งใน ต.ห้วยม้า อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลห้วยม้า ชุดสืบ สภ.ห้วยม้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยแพร่ แพทย์โรงพยาบาลแพร่ ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณสวนหลังบ้าน ใต้ต้นมะม่วง พบศพชายสวมเสื้อนักเรียนช่างสีน้ำตาลแดง หมวกลูกเสือ กางเกงขายาว เสียชีวิตใต้ต้นมะม่วง จึงได้ช่วยกันแก้มัดลงมาทำการชันสูตรพลิกศพ ต่อมาทราบชื่อคือ นายจำเนียร (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี

นายณรงค์ (สงวนนามสกุล) ญาติผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้ตายเป็นคนวิกลจริต แต่บางครั้งก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป พูดจารู้เรื่องดี ผู้ตายเคยคิดจะทำร้ายตัวเองมาแล้วหลายครั้ง ที่ผ่านมามีคนช่วยไว้ได้ทัน ส่วนผู้ตายในอดีตเป็นเงาเสียง สายัณห์ สัญญา เสียงจะเหมือนมาก ชอบประกวดร้องเพลง และเป็นนักร้องตามหมู่บ้านงานต่างๆ ล่าสุดช่วงเที่ยง ชาวบ้านบอกไปขอน้ำกิน กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิต

ด้านนายดอน เจ้าของบ้านผู้พบศพ เล่าว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ตนจะเดินมาเก็บมะม่วง แต่ก็มาพบว่าผู้ตายเสียชีวิตอยู่บริเวณดัวกล่าว ซึ่งปกติตนก็มักจะมานอนเล่นบริเวณใต้ต้นมะม่วงเป็นประจำอยู่แล้ว แต่จากนี้คงไม่กล้ามา และคงจะตัดทิ้งเลย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.แพร่ เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

“ไมค์ ภิรมย์พร” ตะลึงภาพลำแสงอัศจรรย์ หลังบวงสรวงรูปปั้นปู่ศรีสุทโธนาคราช

“ไมค์ ภิรมย์พร” เปิดสวนพอเพียงที่บ้านเกิด ตะลึงภาพถ่ายติดลำแสงอัศจรรย์ หลังบวงสรวงรูปปั้น เจ้าปู่ขุนแก้ว ศรีสุทโธนาคราช

จ.อุดรธานี เดินทางไปศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อ เลขที่ 134 ม.8 บ้านดอนแตง ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ของ นายพรภิรมย์ พินทะปะกัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไมค์ ภิรมย์พร วัย 54 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดังชาว จ.อุดรธานี หลังทราบข่าวมีพิธีบวงสรวงรูปปั้นพญานาค เจ้าปู่ขุนแก้ว ศรีสุทโธนาคราช และ แม่ย่านาคีปทุมมาเทวี เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามถึงที่มาในการประกอบพิธีบวงสรวงและปั้นรูปพญานาค 2 ตน อยู่บริเวณข้างสระน้ำหลังบ้านพัก

โดยในพิธีบวงสรวงพบเลขเด็ดบนขี้ธูปมงคลที่ ปักอยู่ในพานบายศรี พบเป็นเลข 73 อย่างชัดเจน และหลังดำเนินการปั้นพญานาคแล้วเสร็จ ในช่วงเย็นวันที่ 17 เมษายน 2563 นายศุภเศรษฐ์ ศิริ หรือ ป๋าน้ำหวาน อายุ 55 ปี ที่ปรึกษาศูนย์การเรียนรู้ฯ อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาข่า ต.นาข่า และเป็นช่างปั้นรูปพญานาค ได้ถ่ายภาพติดลำแสงอัศจรรย์ข้างองค์เจ้าปู่ขุนแก้วฯ จึงนำไปให้นักร้องลูกทุ่ง ถึงกับตะลึง และเชื่อว่าองค์เจ้าปู่ขุนแก้ว หรือเจ้าปู่ศรีสุทธโธนาคราช แสดงปาฏิหาริย์ให้รับรู้ว่าท่านจะมาอยู่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้

นายพรภิรมย์ พินทะปะกัง หรือ ไมค์ ภิรมย์พร เปิดเผยว่า เริ่มจากตนเองเป็นคนนับถือองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคาราช และแม่ย่านาคีศรีประทุมมาเทวี เพราะเป็นชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยกำเนิด และเกิดมาก็รับรู้เรื่องราวของพญานาค ตามคำบอกเล่ามานมนาน และที่ใช้ชื่อ “เจ้าปู่ขุนแก้ว ศรีสุทโธนาคราช” เพราะพ่อพราหมณ์ แห่งเกาะคำชะโนด และคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกว่า ให้ใช้ชื่อเจ้าภูมิเจ้าที่แห่งนี้ของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ เพราะเจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช เป็นเจ้าแห่งพญานาคทั้งปวงในเมืองบาดาล จะใช้ชื่ออะไรไม่สำคัญเท่ากับจิตใจของเราเลื่อมใสศรัทธาต่อองค์ท่าน และคิดดีทำดียึดต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา จะช่วยเสริมสิริมงคลบุญบารมี นำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ต่อไปในอนาคต

โดยเมื่อปี 2562 ตนและครอบครัวเดินทางไปทำบุญข้าวสากที่วัดป่าบ้านหนองไฮ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเก่า เพื่ออุทิศบุญส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ และญาติพี่น้องที่ล่วงลับ รวมถึงวิญญาณสัมภเวสีด้วย หลังจากตั้งศาลตายาย หรือศาลปู่ตาที่ชาวบ้านทางอีสานเรียกกัน ไว้ใต้ต้นโพธิ์ รวมกับศาลพระภูมิเจ้าที่รวม 3 ศาล จนแล้วเสร็จ และได้เลขมงคลขี้ธูป 95 นำไปบอกญาติที่ อ.บ้านดุง ถูกหวยกันทั้งหมู่บ้าน ส่วนตนเองไม่ถูกเพราะเป็นคนไม่เล่นหวยหรือการพนัน

โดยหลังจากทำบุญแล้วเสร็จกลับมานอนบ้านแห่งนี้ ฝันว่าญาติพี่น้องคนเฒ่าคนแก่ที่บ้านหนองไฮ ตามมาเต็มบริเวณบ้าน ก่อนพากันมานั่งบริเวณริมสระน้ำ พร้อมกับจุดธูปจุดเทียนร้องขอให้เจ้าปู่ขุนแก้ว ศรีสุทโธนาคราช ขึ้นมาจากสระปรากฏกายให้เห็นเป็นบุญตา ก่อนที่จะพบแสงระยิบระยับหลากสี หรือสีรุ้ง ว่ายวนเวียนเต็มสระน้ำแห่งนี้ โดยไม่เห็นเป็นตัว แต่ก่อนจะตกใจสะดุ้งตื่น เห็นเศียรพญานาคโผล่ออกมาจากต้นโพธิ์ พ่นน้ำใส่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา จึงตั้งใจจะสร้างรูปปั้นของท่านประดิษฐานไว้ ณ ริมสระน้ำแห่งนี้

ส่วนนายศุภเศรษฐ์ ศิริ หรือป๋าน้ำหวาน อายุ 55 ปี ที่ปรึกษาศูนย์การเรียนรู้ฯ เปิดเผยว่า ส่วนตัวเองนับถือศรัทธาองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช อยู่แล้ว ไปมาลาไหว้ตั้งแต่เล็กจนถึงปัจจุบัน จึงมีความชำนาญถนัดในการปั้นรูปองค์พญานาคมาตั้งแต่เริ่มเรียนรู้การปั้น และทำร่างแบบขึ้นมาเป็นที่ถูกใจพี่ไมค์อย่างมาก เพราะเป็นรูปปั้นพญานาคที่อยู่กับธรรมชาติ น้ำตก และผาโขดหิน โดยใช้เวลา 3 เดือน 15 วัน หรือ 105 วัน ทีแรกมีความตั้งใจใช้ชื่อเจ้าปู่ศรีสุทโธนาคาราช และแม่ย่านาคีศรีปทุมมาเทวี แต่ตามพื้นที่เขาให้เรียกชื่อตามภูมิเจ้าที่ แต่ท่านมาประดิษฐานอยู่ภูมิแห่งนี้ จึงเรียกชื่อท่านว่าเจ้าปู่ขุนแก้ว แต่องค์แม่ย่ายังใช้ชื่อเดิม ตามความเชื่อของคนอีสานที่สืบทอดกันมายาวนาน และขาดพญานาคไม่ได้ จะเห็นได้ตามวัดวาอาราม ที่ท่านคอยปกปักรักษาให้ชาวอีสานได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขกันมา ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน

ส่วนการถ่ายภาพติดลำแสงอัศจรรย์ข้างรูปปั้นเจ้าปู่ฯนั้น เกิดขึ้นหลังจากลงลายละเอียดของตัวพญานาคแล้วเสร็จ ตอนเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไป 7-8 ภาพ แต่มีหนึ่งภาพไม่เหมือนกับภาพอื่น เป็นลำแสงสีขาว ลักษณะคล้ายลำป้องช่วงคอและหน้าอกของเจ้าปู่ จำนวน 9 ป้อง อยู่บริเวณข้างรูปปั้นของท่าน จึงเรียกให้พี่ไมค์มาดู เพราะเป็นภาพที่แปลกและอัศจรรย์ ส่วนเลขขี้ธูปมงคล หลังจากพ่อเขียว พราหมณ์ที่เดินมาทำพิธีเสร็จ พ่อแม่พี่น้องที่มาร่วมพิธีได้จุดธูปมงคลจนไหม้หมด จึงเห็นเลขปรากฏขึ้นเป็นเลข 73 ตนจึงถ่ายภาพเอาไว้

อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคล และควรใช้วิจารณญาณในการรับชมรับฟัง แต่องค์เจ้าปู่ฯที่พี่ไมค์สร้างขึ้นไม่ได้ให้เป็นสาธารณะ เป็นการสร้างขึ้นไว้เพื่อสักการบูชาส่วนตัว และเป็นสถานที่ประดิษฐานส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข และความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัวพี่ไมค์สืบต่อไป

โดยในวันนี้ ก็มีชาวเกษตรกร อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เดินทางมาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้ที่กำลังดำเนินการสร้างแล้วเสร็จไป 50 เปอร์เซ็นต์ ในเนื้อที่ 40 ไร่

แม่ค้าขนลุกอาถรรพ์ “ไอ้ไข่” คนเห็นเด็กจุกวิ่งเล่นตอนร้านปิด งวดที่แล้วให้โชคเต็มๆ

แม่ค้าข้าวแกงใต้ เตรียมจุดประทัดเซ่นไอ้ไข่ หลังงวดที่แล้วให้โชคเต็มๆ 22 เผยเรื่องขนลุก เพื่อนเคยมาหาไม่เจอเจ้าของบ้านเห็นแต่ไอ้ไข่วิ่งเล่นในครัว

โดยเหตุการณ์ความเชื่อและความศรัทธานี้ น.ส.อรอุมา ชูแก้ว อายุ 33 ปี แม่ค้าแกงไต้ครัวขมิ้น ตั้งอยู่ริมถนนสายบูรพาพัฒน์ หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองบ้านฉาง เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพเปิดร้านค้าขายข้าวแกงใต้ที่อำเภอบ้านฉาง ตอนเปิดร้านก็เชิญ “ไอ้ไข่” มาตั้งบูชา ด้วยความเชื่อและความศรัทธาเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีต่อวิญญาณผีเด็กชายอายุประมาณ 9 -10 ขวบ ที่สถิตย์อยู่วัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย

ก่อนที่ตนจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อำเภอบ้านฉาง ก็นำเครื่องรางของขลังต่างๆ เกี่ยวกับไอ้ไข่ติดตัวมาด้วย ตอนที่มาครั้งแรกไปรับจ้างเป็นแม่ครัวร้านขายอาหาร ต่อมาเจ้าของร้านซึ่งเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เห็นตนมีความขยันหมั่นเพียร จึงได้ให้เซ้งร้านในราคาถูก ตนก็ได้ค้าขายต่อมา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้แล้วก็ได้ในสิ่งที่ขอและยังได้สมปรารถนาในอีกหลายสิ่ง จึงทำป้ายชื่อร้านติดรูปภาพไอ้ไข่ และวัดเจดีย์ประกอบในป้ายของทางร้านเพื่อเป็นศิริมงคล

ซึ่งก่อนที่หวยงวดวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา จะออกเพื่อนของตนได้มาหาที่ร้านซึ่งวันนั้นตนไม่อยู่แต่เพื่อนคนดังกล่าวเล่าว่าพบเห็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับไอ้ไข่ ลักษณะเป็นเด็กหัวจุกสวมชุดลายพรางวิ่งเล่นอยู่ที่ครัว ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ เมื่อเพื่อนมาเล่าให้ฟังถึงกับต้องขนลุกทั้งตัว พากันคิดว่าเป็นไอ้ไข่แน่นอน จึงไปซื้อประทัดมาจุดเพื่อเซ่นไหว้วิญญาณไอ้ใข่ พอจุดหมดหยิบผ้าที่ปลายประทับก็ มี เลข 22 ปรากฎอย่างชัดเจน จึงถูกรางวัลกันทั่วหน้า หลังจากนั้นเพื่อนของตนก็ไปซื้อชุดลายพรางทหารมาถวายไห้ไอ้ไข่ที่หิ้งบูชา เพราะได้ขอโชคลาภจากไอ้ไข่ไว้เช่นกัน

นอกจากนี้แล้วก่อนวันหวยออกงวดถัดไปตนก็จะนำประทัดมาจุดที่หน้าร้านอีก เพราะเชื่อว่าไอ้ไข่จะบันดาลโชคลาภให้ได้สมความปรารถนา และทำมาค้าขึ้นดังที่อธิษฐานกับไอ้ไข้เด็กวัดเจดีย์มาโดยตลอด

“หม่ำ จ๊กมก” ยิ้มหน้าบาน หลานให้โชคถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว แต่ครั้งนี้คงแก้บนไม่ไหวจริงๆ

เป็นคุณตาที่ขึ้นชื่อเรื่องรักหลาน หลงหลานหนักมาก สำหรับคุณตา หม่ำ จ๊กมก ที่ตอนนี้มีหลานทั้งสองอย่างน้อง ณเวฬา และน้อง นาฬิกา มาเป็นขวัญใจให้ ตาและยาย ได้สนุกสนานชุ่มชื่นหัวใจเลี้ยงหลานด้วยความสุข และล่าสุดตาหม่ำยังได้รับโชคจากหวานตัวน้อยซะด้วย เพราะเจ้าตัวถูกลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว 22 ที่คุณตานำวันเกิดของหลานๆ ไปลองเสี่ยงโชคดู

โดยภรรยาสุดแซ่บ มด จ๊กมก ได้เผยคลิปสามีที่ยิ้มแป้นถือลอตเตอรี่ 2 ชุด ชุดละ 5 ใบอยู่ในมือลงในอินสตาแกรม ซึ่งหม่ำได้พูดติดตลกในคลิปว่า “22 ครับ วันเกิดหลานนาฬิกากับณเวฬา ผมไปบนไว้ด้วยครับ บนหลวงปูเค็มวัดเขามะระว่าถ้าถูกหวยจะปล่อยนก แต่คงปล่อยไม่ได้แล้วล่ะ ไม่ใช่นกพิราบ นกกระจิบ แต่เป็นนกแอร์ครับ ลำนึงพันกว่าล้าน ต้องบอกหลวงปู่เค็มวัดเขามะระว่าคงปล่อยไม่ได้แล้วล่ะครับ” ทำเอาภรรยาถึงกับปวดหัว ถามว่าเอาอะไรคิดที่จะปล่อยนกแอร์เนี้ย

งานนี้แฟนๆ เข้ามาแสดงความยินดีและเข้ามาแซวคุณตาของหลานทั้งสองกันใหญ่ว่าอารมณ์ดีจริงๆ เลยคนถูกรางวัลเนี้ย

สาวศรีสะเกษรวยเละ 12 ล้าน หลังเก็บอัฐิปู่หลังเผาศพ เห็นเลข 95 ซื้อหวยถูกรางวัลที่ 1

นายสมุด บุญรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหนองบัวเรณ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พร้อมลูกบ้านเข้าเยี่ยมแสดงความยินดีกับ น.ส.ชาลินี จันทร์จำนงค์ อายุ 35 ปี และนายวัฒนา เสร็จอาจ อายุ 35 ปี สามี ซึ่ง น.ส.ชาลินี โชคดีถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พ.ค.63 หมายเลข 051095 จำนวน 2 ใบ ได้รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท

น.ส.ชาลินี จันทร์จำนงค์ เล่าว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ปู่ของตนเสียชีวิต หลังจากเผาเสร็จก็ทำการเก็บอัฐิกระดูก ตอนนั้นตนกับพี่สาวเห็นที่ติดกระดูกเป็นเลข 25 แต่ไม่แน่ใจ เมื่อเพ่งดูชัดๆ ก็เห็นเป็นเลข 95 เมื่อมีแม่ค้ามาขายลอตเตอรี่ถึงที่บ้านจึงซื้อทั้งสองเลข คือเลขท้าย 25 และ 95 เป็นงวดวันที่ 1 เมษายน 2563 หลังจากนั้นรัฐบาลประกาศงดออกสลาก ก็เก็บลอตเตอรี่ไว้นานจนลืมว่าเป็นเลขอะไร

กระทั่งหวยออก จึงนำลอตเตอรี่ออกมาตรวจจึงรู้ว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง รู้สึกดีใจมาก ตอนที่เก็บกระดูกปู่ได้เห็นตัวเลขตนก็อธิษฐานว่า ขอให้มีโชคมีลาภถูกรางวัลที่หนึ่งหน่อยเถอะ และก็ทำบุญอุทิศส่วนให้ปู่ก็ขอให้ถูกหวย นี่ถือว่าปู่มาให้โชคตน

สำหรับเงินที่ได้ไปใช้หนี้ ธ.ก.ส.ก่อน เพราะกู้เงินมาใช้เป็นหนี้อยู่จำนวนหนึ่ง ตอนนี้ตนกับสามียังไม่มีลูกคิดว่าจะต้องมีสักวันหนึ่ง หลังจากใช้หนี้หมดแล้วก็จะเก็บเงินที่เหลือไว้ให้ลูก ส่วนอย่างอื่นยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร ทุกวันนี้ตนมีสวนยางพาราและสวนทุเรียน ก็กรีดยางไปเรื่อยๆ ยางราคาถูกได้เงินไม่มาก สวนทุเรียนก็เพิ่งปลูกไม่นานยังไม่ให้ผล ก็ทำต่อไปถึงแม้จะมีเงินบ้างแล้วก็จะไม่หยุดกรีดยางและทำสวนทุเรียน

“ต้นหอม” สุดแฮปปี้ บ้านใหม่ให้โชค ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเลขเด็ดตรงเป๊ะ

แฮปปี้คูณสองคูณสามจริงๆ สำหรับสาวอารมณ์ดี ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ที่เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ได้ไม่นานก็รับโชคเน้นๆ จากเลขท้าย 2 ตัว หวยงวดล่าสุด และที่มาที่ไปของเลขนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นบางสิ่งบางอย่างที่สาวต้นหอมฝันถึงและโป๊ะเชะตรงเป๊ะรับทรัพย์ไปตุงกระเป๋า

โดยสาวต้นหอมได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก tonhorm ว่า “อ่ะบ้านใหม่ให้คุณละนะจ๊ะ ฝันเห็นเลขเต็มๆ ในฝันเห็น 2 เลข 22 กะ 94 ทางเราก็เลยอ่ะซื้อไว้หน่อยเดินผ่านรถเข็นลอตเตอร์รี่พอดี ก็เลยถามเค้าว่ามี22กี่ใบ เค้าบอกมี4ใบ เราก็อยากช่วยเค้าด้วยก็เลยเหมาหมด 4 ใบ สุดท้ายหวยออก ล่าง 22 บน 95 นะจ๊ะ ขุ่นพระ! แฮปปรี้กะบ้านใหม่ขึ้นมาเลย สงสัยอยู่บ้านนานจัดเลยสนิทกะบ้านละ 5555”

และยังเผยในอินสตาแกรมอีกด้วยว่า “ตอนนั้นที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ข้างบ้านมาถามคนในบ้านว่าเจ้าของบ้านเค้ามาให้หวยรึยัง??? บอกตรงๆว่าไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเป็นคนกลัวผีมากบวกกับห้องนอนที่ออกแบบนอนห้องใต้หลังคาไปอี๊กกก ทำกุหลอนจนถึงทุกวันนี้ เอาเป็นว่าเพราะประโยคนั้นกุยังไม่สามารถนอนคนเดียวได้เลย ทั้งๆที่ในชีวิตไม่เคยเจอผีสักครั้งแต่ก็กลัวไม่หายสักทีเพราะตอนเด็กๆพี่เลี้ยงชอบหลอกผี”

“ปกติหอมจะถูกหวยเพราะฝันทั้งนั้น แต่ก็ไม่เคยเห็นเลขชัดขานดนี้ส่วนใหญ่จะมาเห็นอ้อมๆต้องบิดบ้างรึรูปร่างตัวเลขจะไม่ใช่เลยภาษาไทยบ้าง แต่อันนี้คือเห็นเป็น 2เลขนี้เลย และถ้าคนเล่นหวยจริงๆจะรู้ว่า 2เลขนี้ถ้าบิดนิดหน่อย คือบน ล่าง เลยนะ…..เป๊ะ! บ้านโป่งมากแม๊!!!!!!”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันใหญ่ ท่าทางสาวต้นหอมและบ้านหลังนี้จะถูกโฉลกกันสุดๆ แต่ถ้าต่อไปฝันว่าเห็นเลขเด็ดอะไรอีกอย่าลืมเอามาแชร์บ้างนะสาวต้นหอม

“สอง พาราด็อกซ์” ดวงเฮงอีกแล้ว โชว์ลอตเตอรี่เน้นๆ งวดนี้ขำๆ ถูก 55 ใบพอ

ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อดวงเฮงของวงการบันเทิงอีกคนเลยก็ว่าได้ สำหรับศิลปินหนุ่ม สอง-จักรพงศ์ สิริริน หรือ สอง พาราด็อกซ์ ที่ไม่ว่าจะงวดไหนๆ ก็มักจะมีเซอร์ไพรส์ถูกรางวัลสลากกินแบ่งมาอวดให้แฟนๆ ได้แอบอิจฉากันตลอด

อย่างล่าสุด สอง พาราด็อกซ์ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวได้โชว์ลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 2563 ที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 22 เป็นจำนวนสูงถึง 55 ใบด้วยกัน พร้อมเขียนแคปชั่นดีใจแบบกรุบกริบไว้ว่า

“ออกแบบนี้ 22 ก็ซัดเต็มข้อสิคะ 55 ใบพอขำๆ เบาๆ กันนะคะ แม่หมองอสจัง !!”

ดวงเฮงแทบจะทุกงวดแบบนี้ อยากรู้จริงๆ สอง พาราด็อกซ์ มีเคล็ดลับอะไรดีๆ เก็บไว้บ้างนะ

แห่ขอหวยงูเขียวหางไหม้เริงระบำในน้ำ ชาวบ้านเชื่อเป็นงูเจ้าที่มาให้โชค

มีชาวบ้านที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม ภายในสถานปฏิบัติธรรมถ้ำภูปูน ที่บ้านแสงบุญสู่โพธิสัตว์ หมู่ที่ 1 บ้านภูปูน ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ พบงูเขียวหางไหม้ ยาวประมาณ 1.5 เมตร ว่ายน้ำเล่นอยู่ในแอ่งน้ำ พร้อมกับบิดตัวไปมาคล้ายกับการเต้นระบำอย่างมีความสุข โดยไม่มีท่าทีตื่นกลัวคนเลย จึงเดินทางไปตรวจสอบ

สถานปฏิบัติธรรมดังกล่าว อยู่ใกล้เชิงเขามีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม มีความสงบเงียบเย็นสบาย พบมีชาวบ้านกว่า 50 คน กำลังมุงดูงูตัวดังกล่าว ที่นอนขดอยู่บนก้อนหินภายในแอ่งน้ำหน้าสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวต่างก็ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปถ่ายคลิปวีดีโอ จากนั้นนำมาขยายดูลายของเกล็ด พร้อมทั้งตีเป็นตัวเลข และนำไปเสี่ยงโชคหวังโชคดีในงวดวันที่ 16 พ.ค.2563 นี้ หลังจากที่เลื่อนการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลมาแล้ว 3 ครั้ง โดยตัวเลขที่ชาวบ้านหาพบว่ามี 2 ตัว คือ 12 ซึ่งเป็นวันที่งูปรากฏตัว และเลขที่เกี่ยวกับงูคือ 98

งูตัวดังกล่าวยาวประมาณ 1.5 เมตร ตัวสีเขียวอ่อนมันวาว ปลายหางมีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะท่าทางไม่ดุร้าย ไม่ตื่นกลัวคน ผิดกับงูโดยทั่วไป แม้กระทั่งมีคนไปจับไปลูบตัวก็ไม่มีท่าทางกลัว หรือเลื้อยหนีแต่อย่างใด แถมบางครั้งก็บิดตัวไปมาคล้ายกับเต้นโชว์ให้กับชาวบ้านได้ชมกันอีกด้วย

นางทองอ่อน อายุ 54 ปี ชาวบ้านบ้านภูปูน ที่มาปฏิบัติธรรม เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่แม่ชีที่มาปฏิบัติธรรม ได้เดินลงไปที่แอ่งน้ำ ก็พบงูตัวดังกล่าวกำลังเล่นน้ำ จึงเรียกให้ตนและลูกสาวไปดู จึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่แปลก จึงใช้โทรศัพท์ถ่ายวีดีโอไว้ แต่งูตัวดังกล่าวก็ไม่ตกใจไม่หนียังคงเล่นน้ำอย่างมีความสุข

กระทั่งชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างก็เดินทางมาดู และขอโชคขอลาภเพราะเชื่อว่าเป็นงูเจ้าที่ บางรายก็เชื่อว่า เป็นปู่เขียวหรือปู่พญานาค ที่มาแสดงบารมีเล่นน้ำให้ลูกหลานได้เห็น

โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะผู้ปฏิบัติธรรม 3-4 คน ได้นำบายศรีดอกไม้ธูปเทียนไปถวายวางไว้ริมแอ่งน้ำ ก็ยิ่งทำให้ประหลาดใจ เมื่องูตัวดังกล่าวได้ว่ายมา และเต้นระบำอยู่รอบๆบายศรีเป็นเวลานาน จากนั้นก็เลื้อยว่ายน้ำไปขดตัวอยู่บนโขดหิน เหมือนกับว่างูตัวดังกล่าวมารับรู้ มารับเครื่องบายศรีดังกล่าว

ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่เดินทางมาดู พร้อมทั้งได้ลองจับงูตัวดังกล่าว เปิดเผยว่า ตอนแรกตนก็รู้สึกกลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่เมื่อลองเอามือแตะๆตัวแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงได้ใช้มือลูบไปที่หาง ปรากฏว่างูได้ใช้หางพันที่นิ้วมือตนเอง แต่ก็ไม่ฉกไม่ทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นงูเจ้าที่เจ้าทางอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้อยู่ที่วิจารณญาณและความเชื่อของแต่ละคน

สาวเบญจเพสคลอดลูกฝาแฝดที่บ้าน สุดท้ายทารกน้อยสิ้นใจ 1 คนที่รพ.

เจ้าหน้าที่รุดช่วยสาววัยเบญจเพสคลอดลูกฝาแฝดก่อนกำหนดที่บ้านพัก แต่ทารกเกิดที่หลังคลอดอาการน่าเป็นห่วง ก่อนสิ้นใจที่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่มูลนิธิหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุหญิงสาวคลอดทารกก่อนกำหนด เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 94/62 หมู่ 5 หมู่บ้านรัตนากร 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานทีมแพทย์รถโรงพยาบาล รุดไปช่วยเหลือด่วน

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.กิตติยา อายุ 25 ปี นั่งอยู่บริเวณพื้นภายในตัวบ้าน โดยคลอดทารกออกมาแล้ว 1 คน สภาพสายรกยังติดคาอยู่ และยังคงมีทารกอยู่ในท้องอีก 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนทีมแพทย์จะเข้ามาทำคลอดฉุกเฉิน ท่ามกลางบรรยากาศเพื่อนบ้านที่คอยเฝ้าดูและส่งกำลังให้แม่และเด็กทารกอยู่โดยรอบ

โดยทีมแพทย์ได้ทำคลอดจนสำเร็จแม่อยู่ในอาการปลอดภัย ส่วนทารกน้อยเป็นแฝดเพศหญิง คนแรกที่คลอดออกมาก่อนอาการแข็งแรงดี ส่วนคนในท้องไม่มีเสียงร้องอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบางละมุง

จากการสอบถามญาติและเพื่อนบ้าน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.กิตติยา อยู่บ้านกับลูกสาวเพียง 2 คน ส่วนสามีออกไปทำธุระด้านนอก ซึ่ง น.ส.กิตติยา ได้ตั้งท้องลูกแฝดวัย 7 เดือน จู่ๆ เกิดมีอาการปวดท้องคล้ายจะคลอด จึงโทรหาญาติที่เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันทารกได้คลอดออกมาก่อนดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า ทารกน้อยที่คลอดออกมาภายหลังได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล

Back to Top